หลังคากันสาดไวนิล ดูดซับเสียงได้ดี ไม่ก่อให้เกิดเสียงดังรบกวนเวลาฝนตก

สำหรับหลายท่านที่กำลังมองหาวัสดุเพื่องานต่อเติมบ้าน โดยเฉพาะงานหลังคากันสาดไวนิล บ่อยครั้งที่เรามักจะได้ยินคำถามจากลูกค้า เช่น หลังคากันสาดไวนิล คืออะไร ไวนิลแตกต่างจากวัสดุอื่นอย่างไร

แผ่นหลังคาไวนิลผลิตจาก PVC (Poly Vinyl Chloride) โฟมแข็ง เกรด A ฉีดขึ้นรูปด้วยเทคโนโลยี Celuka Foam จากเยอรมนี ได้เป็นแผ่น ไวนิลที่มีคุณสมบัติ เป็นฉนวนกันความร้อน และยังช่วยดูดซับรังสี UV ไม่ให้ผ่านมายังบริเวณใต้ชายคา ให้ความรู้สึก ร่มเย็น แก่ผู้อยู่อาศัย หลังคากันสาดไวนิล เกิดขึ้นจากความพยายามที่จะตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานอย่างแท้จริง เนื่องจากไวนิลเป็นวัสดุสังเคราะห์ซึ่งมีโพลีเมอร์เป็นส่วนประกอบหลัก ทำให้มีความแข็งแรงทนทานต่อสภาวะอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในแต่ละปี เริ่มจากการนำไวนิลมาทำเป็นแผ่นป้ายโฆษณาริมถนน แผ่นป้ายติดอาคาร ที่ต้องเจอทั้งแสงแดด ลมฝน วัสดุที่ใช้จำเป็นต้องอาศัยคุณสมบัติที่มีความแข็งแรงทนทานต่อสภาพอากาศ อย่างไวนิล เป็นต้น ในปัจจุบันไวนิลถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลาย ทั้งในธุรกิจก่อสร้าง สิ่งพิมพ์ หรือแม้กระทั้งอุปกรณ์ทางการแพทย์ ด้วยคุณสมบัติเฉพาะตัว อาทิ ความแข็งแรง ความเหนียว ความทนทานของตัวแผ่นไวนิล จึงเกิดเป็นที่มาของการพัฒนา หลังคากันสาดไวนิล

รูปแบบต่างๆของ หลังคากันสาดไวนิล ถูกนำมาใช้ประโยชน์ในการป้องกันแสงแดดสาดส่องโดยเฉพาะสภาพอากาศในหน้าร้อนของประเทศไทย ในรูปแบบของแผ่นหลังคาไวนิล ทำให้ภายใต้ชายคาสามารถกักเก็บความเย็นไว้ได้ และยังสามารถใช้กันฝนได้อีกด้วย คุณสมบัติโดยรวมของแผ่นหลังคาไวนิลเทียบเท่ากับหลังคากระเบื้องแบบเก่า แต่ความแตกต่างอยู่ที่ แผ่นไวนิลจะสามารถกักเก็บเสียงทำให้เวลาฝนตกไม่เกิดเสียงดังรบกวน แผ่นหลังคาไวนิลมีหลายรูปแบบทั้งแบบแผ่นเรียบ ดัดโค้ง หรือแม้กระทั้งแผ่นลอนคู่ สำหรับการต่อเติมโรงรถ ลานอเนกประสงค์ หรือบริเวณซักล้างไม่ก่อให้เกิดปัญหากับรูปแบบของบ้าน เพราะแผ่นไวนิลสามารถกลมกลืนได้กับบ้านทุกสไตล์

เปรียบเทียบประกันรถยนต์ก่อนต่อประกันทุกครั้ง

ก่อนอื่นเลย เราขอแสดงความยินดีกับผู้ที่มี “ประกันรถยนต์” ไว้ในครอบครอง เพราะแค่ค่าใช้จ่ายจากการมีรถยนต์ก็สูงอยู่แล้ว ไหนจะความเสี่ยงต่างๆ บนถนนที่อาจเกิดขึ้นอีก การมีกรมธรรม์ประกันรถยนต์ที่เหมาะสมจึงถือเป็นการปกป้องตัวคุณเองจากปัญหาทางการเงินที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต
ดังนั้น คุณจึงต้องแน่ใจว่ากรมธรรม์ที่คุณมีอยู่ตอบสนองกับความต้องการของผู้ใช้รถอย่างคุณ และเนื่องจากปัจจุบันมี บริษัทประกันรถยนต์ ที่ให้บริการมากมาย คุณอาจจะสับสนว่าจะเปลี่ยนบริษัทประกันดีไหม
วันนี้ เรามีสิ่งที่คุณควรคำนึงถึงเพื่อประกอบการตัดสินใจหรือเปรียบเทียบประกันรถยนต์มาแชร์กัน และถ้าอ่านแล้วรู้สึกว่าตรงกับตัวเอง เราคิดว่า คุณควรเปลี่ยนบริษัทประกันรถยนต์ได้แล้วล่ะ

1. สิ่งที่ได้รับไม่คุ้มค่ากับเงินที่เสียไป

มีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้นในเวลาเพียงไม่กี่ปี ตั้งแต่วันแรกที่คุณได้รับกรมธรรม์ประกันรถยนต์ฉบับปัจจุบัน คุณอาจแต่งงาน เปลี่ยนงาน หรือผ่านเหตุการณ์สำคัญต่างๆ ในชีวิต สภาพการเงินของคุณในตอนนี้อาจไม่เหมือนกับตอนนั้นที่คุณเซ็นสัญญากับประกันฉบับนี้แล้วก็ได้
ปัจจุบัน หากคุณเลือกซื้อประกันรถยนต์ คุณคงมีตัวเลือกต่างๆ มากกว่าสมัยยังเป็นหนุ่มสาวเยอะ อย่างน้อยก็น่าจะมีบริษัทหนึ่งที่ให้ข้อเสนอประกันรถยนต์ที่ดีกว่าฉบับปัจจุบันที่คุณมีอยู่ คุณไม่ต้องคอยใช้บริการกับเจ้าเดิมหากคุณสามารถประหยัดเงินได้มากกว่า และยังได้รับบริการในระดับพอๆ กันจากบริษัทอื่น จริงไหมล่ะ?

2. คุณอายุมากขึ้น และฉลาดขึ้น

คุณยังขับรถคันแรกคันนั้นอยู่หรือเปล่า? หากคุณสมัครประกันรถยนต์ช่วงเดียวกับที่ซื้อรถ กรมธรรม์ที่คุณมีอยู่อาจไม่ได้รับการอัพเดทข้อมูล ลองนึกดูว่าตอนนั้นคุณอายุเท่าไร เพราะผู้ให้บริการประกันรถยนต์มักคิดค่าเบี้ยประกันสูงสำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ประกันรถยนต์สำหรับมือใหม่หัดขับมักจะแพงกว่า
หากคุณไม่เปลี่ยนบริษัทประกันรถยนต์ตอนนี้ คุณอาจยังต้องจ่ายเงินเป็นจำนวนเดียวกับสมัยก่อนที่ยังเป็นหนุ่มเป็นสาวและอ่อนประสบการณ์อยู่ คุณจะต้องตกใจแน่ๆ หากคุณได้เห็นความแตกต่างของราคาเบี้ยประกันรถยนต์เมื่อใช้อายุเป็นเกณฑ์

3. ความต้องการของคุณเปลี่ยนไป

ลองย้อนกลับไปสมัยก่อนสักนิด ตอนนั้นคุณอาจมีเงินพอซื้อแค่ประกันรถยนต์พื้นฐาน งบประมาณที่มีอาจมีพอจ่ายแค่ค่า พ.ร.บ. เท่านั้น
แต่พออายุมากขึ้น คุณอาจรู้สึกถึงความเสี่ยงต่างๆ มากยิ่งขึ้น เช่น อุบัติเหตุ การถูกขโมยรถ และภัยธรรมชาติ เป็นต้น กรมธรรม์ฉบับปัจจุบันของคุณอาจครอบคลุมช่องว่างเหล่านี้ได้ไม่เพียงพอ หรือ บริษัทประกันรถยนต์บริษัทอื่นอาจให้ความคุ้มครองที่ดีกว่าในราคาที่คุณจ่ายไหว สิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดนี้เหตุผลที่ทำไมคุณถึงควรพิจารณาและมองหาบริษัทที่ดีกว่าสำหรับความคุ้มครองประเภทที่ราคาแพงกว่า

แล้วตอนนี้ควรทำอย่างไรดี?
แม้คุณคิดว่าบริษัทเดิมก็ดีอยู่แล้ว ยังไงคุณก็ควรหาข้อมูลของตัวเลือกจากบริษัทอื่นด้วยทุกๆ ปี และเปรียบเทียบข้อเสนอที่ดีที่สุดจากบริษัทต่างๆ และอย่าตัดสินใจเปลี่ยนบริษัทประกันทันทีนะครับ คุณควรตรวจสอบก่อนว่า หากจะเปลี่ยนบริษัทประกันกลางคัน อาจต้องเช็คว่าต้องเสียค่ายกเลิกบริการหรือเปล่า และอย่าลืมถามบริษัทประกันว่า จะมีการคืนเงินหรือเปล่า เป็นต้น
นอกจากนี้ หากคุณยังคงลังเลอยู่ ลองสอบถามบริษัทประกันปัจจุบันดู เพราะเขาอาจมอบข้อเสนอที่ดีกว่าให้กับคุณเพื่อดึงไม่ให้คุณไปทำประกันกับบริษัทอื่น โดยอาจมีการเปลี่ยนแปลงเรื่องความคุ้มครองและราคา
และหากคุณคิดว่า จะเปลี่ยนบริษัทประกันรถยนต์แน่ๆ คุณต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่า คุณได้ยกเลิกกรมธรรม์ของบริษัทเดิมแล้วอย่างเป็นทางการลงบนเอกสาร คุณจะได้ไม่ต้องจ่ายเบี้ยประกันซ้ำซ้อนทีหลัง และประกันรถยนต์ฉบับใหม่ของคุณควรมีผลก่อนที่ฉบับเก่าจะสิ้นสุดด้วย